Skip to content

สถานภาพของนกในประเทศไทย

จาก สภาพภูมิประเทศที่ตั้งอยู่ในแถบโซนร้อน มีภูมิอากาศแบบร้อนชื้นแถบมรสุม และสภาพธรรมชาติอันหลากหลายต่างกันไปหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเทือกเขาสูงทางเหนือที่ทอดตัวต่อเนื่องมาจากเทือกเขาหิมาลัย พื้นที่ราบลุ่มแถบภาคกลาง หรือป่าดงดิบชื้นทางภาคใต้ จึงทำให้ประเทศไทยเป็นแหล่งอาศัยของนกนานาชนิด ทั้งที่เป็นนกประจำถิ่นและนกย้ายถิ่นที่อพยพเข้ามาหาหรือสร้างรังวางไข่ใน บางช่วงฤดูกาล ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้สำรวจพบนกในประเทศไทยประมาณ 1,000 ชนิด หรือราว 1 ใน 10 ของนกที่พบบนโลกทั้งหมด

ทุก วันนี้ยังคงมีรายงานการพบนกชนิดใหม่ในประเทศอยู่เกือบทุกปี แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า สภาพธรรมชาติในประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น จึงทำให้สามารถพบนกชนิดใหม่ได้เรื่อย ๆ แต่ที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่า ในปัจจุบันคนไทยหันมาให้ความสนใจศึกษาและดูนกกันมากกว่าในอดีต จึงส่งผลให้มีโอกาสพบนกชนิดใหม่สูงขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกันแม้จะมีนกชนิดใหม่เพิ่มมากขึ้นก็คงทดแทนกันไม่ได้กับปริมาณนกแต่ ละชนิดที่ลดจำนวนลง รวมทั้งนกอีกหลายชนิดที่สูญพันธุ์ไปแล้วจากธรรมชาติ หรือ IUCN ในปี พ.ศ. 2548 ได้จัดสถานภาพนกในเมืองไทยไว้ดังต่อไปนี้

นกที่อยู่ในสถานภาพถูกคุกคาม ( near threatened ) มี 89 ชนิด

นกที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ ( vulnerable ) มี 71 ชนิด

นกที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ ( endangered ) มี 66 ชนิด

ข้อมูลไม่เพียงพอ (Data deficient) 9 ชนิด

นกเฉพาะถิ่น (Endemic species) 2 ชนิด

นกที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ( critical endangered ) มี 43 ชนิด นกที่สูญพันธุ์ไปแล้วจากธรรมชาติในประเทศไทย ( Extinct ) มี 5 ชนิด คือ นกกระเรียน นกระสาปากเหลือง นกช้อนหอยดำ นกช้อนหอยใหญ่ และนกพงหญ้า(อ้างอิงจาก Thailand Red data Birds : UNDP)

ภัย จากการล่าและทำลายถิ่นอาศัย เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้นกในประเทศไทยถูกคุกคามจนเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ นกที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่ชุ่มน้ำและบริเวณชายฝั่งเป็นนกกลุ่มแรกที่ได้รับผล กระทบอย่างรุนแรง และสูญพันธุ์ไปก่อนเป็นอันดับต้น ๆ เนื่องจากสถานการณ์บุกรุกพื้นที่ชุ่มน้ำในประเทศไทยดำเนินไปอย่างรุนแรงและ ยาวนานทำให้แหล่งอาหาร ถิ่นอาศัย และสร้างรังวางไข่ของนกเหล่านี้ถูกทำลายจนเปลี่ยนสภาพไป นกอ้ายงั่ว นกกระทุง นกกาบบัว นกตะกรุม เป็นตัวอย่างของนกน้ำขนาดใหญ่ที่เคยมีชุกชุม พบเห็นได้ทั่วไปตามท้องทุ่งภาคกลาง แต่จากการตกเป็นเป้ากระสุนของนกนักล่าได้ง่าย รวมทั้งขาดแหล่งน้ำให้หากิน และไม่มีต้นไม้ใหญ่ให้สร้างรังวางไข่ นกเหล่านี้จึงไม่อาจขยายพันธุ์ได้ ส่งผลให้ต้องลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วจนใกล้สูญพันธุ์ เช่นเดียวกับนกที่อาศัยอยู่ตามป่าที่ราบต่ำ เช่น นกแต้วแล้วท้องดำ นกเงือกปากย่น นกเปล้าใหญ่ ฯลฯ เพราะป่าไม้ประเภทนี้ถูกบุกรุกได้ง่าย จึงถูกทำลายเพื่อเปลี่ยนสภาพเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนจนเกือบหมดสิ้น นกที่อาศัยอยู่ตามป่าไม้ก็ล้วนตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายเช่นกัน เพราะการทำลายป่าไม้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้นกในประเทศไทยจำนวนถึง 2 ใน 3 ต้องลดน้อยลงจนใกล้สูญพันธุ์

สถานการณ์ ที่ค่อนข้างวิกฤตสำหรับนกในประเทศไทยดังกล่าว ทำให้หลายฝ่ายได้มีการดำเนินงานเพื่ออนุรักษ์ และปกป้องนกเหล่านี้เอาไว้ ทั้งนี้นกในประเทศไทยได้รับการอนุรักษ์ไว้ภายใต้พระราชบัญญัติสงวนและคุ้ม ครองตามกฎหมาย โดยห้ามล่าหรือมีไว้ครอบครอง เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากทางราชการ และจัดให้นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร นกแต้วแล้วท้องดำ และนกกระเรียนเป็นสัตว์ป่าสงวน นอกจากนี้ยังมีสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองนก ได้แก่ อนุสัญญาไซเตส ( CITES ) เป็นข้อตกลงระหว่างประเทศในการควบคุมการค้าสัตว์ป่า และนกที่ใกล้สูญพันธุ์ โดยประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกในปี พ.ศ. 2526 และอนุสัญญาแรมซาอัน ( RAMSAR ) เป็นข้อตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำอันเป็น แหล่งอาศัยของนกน้ำ ซึ่งประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกในปี พ.ศ. 2541 ทั้งนี้ได้เสนอควนขี้เสียน ในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จ. พัทลุง ให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติแห่งแรกของประเทศไทย

เราจะร่วมกันอนุรักษ์นกและธรรมชาติได้อย่างไร

แม้ นกจะเป็นสัตว์ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับมนุษย์นานัปการ แต่ทุกวันนี้นกหลากชนิดต้องประสบปัญหามากมายในการดำรงชีวิตให้อยู่รอด ไม่ว่าจะเป็นการขาดแคลนอาหาร สภาวะอากาศที่แปรปรวนการต่อสู้กันเองหรือต้องตกเป็นเหยื่อของสัตว์อื่น ซึ่งมีผลให้นกบางส่วนต้องตายลงไปก่อนวัยอันควร แต่อัตราการสูญเสียจากธรรมชาติเหล่ายังเป็นตัวเลขที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับความสูญเสียที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ทั้งกระทำโดยตรงด้วยการล่าและการค้า หรือการกระทำทางอ้อมในรูปแบบของการพัฒนาต่าง ๆ ที่ทำให้สภาพแวดล้อมและถิ่นอาศัยของนกต้องเปลี่ยนแปลงไป อันมีผลต่อการลดลงของประชากรนกดังนั้นทุกคนควรจะหันมาสนใจต่อการอนุรักษ์นก อย่างจริงจัง เพราะการกระทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยนกให้มีชีวิตรอดเท่านั้น มนุษย์เองก็จะได้รับผลอันคุ้มค่านี้ด้วย เนื่องจากมนุษย์และนกต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่ต้องพึ่งพาและ สัมพันธ์กัน หากส่วนใดส่วนหนึ่งขาดหายไปย่อมต้องส่งผลต่อส่วนที่เหลืออยู่อย่างแน่นอน

เรา ทุกคนสามารถช่วยกันอนุรักษ์นกได้โดยเริ่มจากการกระทำใกล้ตัว เช่น ทำบ้านของเราให้เป็นแหล่งอาศัยอันอบอุ่นและปลอดภัยสำหรับนก โดยปลูกพืชที่เป็นอาหารของนก เช่น ตะขบ มะละกอ มะแว้ง ตำลึง ฯลฯ เพื่อให้นกได้เข้ามาอาศัยและกินอาหาร นอกจากนั้นหากมีบริเวณกว้างขวาง อาจขุดสระน้ำเพื่อให้เป็นแหล่งน้ำของนก หรือดึงดูดให้นกน้ำเข้ามาอาศัย หากมีเนื้อที่จำกัด ก็สามารถชักจูงนกเข้ามาได้เช่นกัน โดยใช้วิธีวางกล้วยหรือมะละกอไว้สำหรับนกที่กินผลไม้เป็นอาหาร เช่น นกปรอด นำเมล็ดพืชใส่ถาดเตรียมไว้ให้นกกระจอกหรือนกกระติ๊ด หนอนสำหรับนกกางเขน หากเป็นนกกินน้ำหวาน เช่นนกกินปลีก็ต้องปลูกไม้ดอก เช่น ชบาหรือพู่ระหง เพื่อให้นกมาดูดกินน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ ทุกเช้าอาจวางกระถางหรืออ่างที่มีน้ำเติมไว้หน้าบ้าน เพื่อให้นกมาอาบเล่น หรือดื่มกินตลอดวัน เพียงแค่นี้เราก็จะได้เห็นนกเข้ามาอาศัยอยู่ในบริเวณบ้านอย่างมีความสุข

การ สร้างรังเทียมให้นกเป็นอีกวิธีหนึ่งที่นอกจากจะดึงดูดให้นกเข้ามาอาศัย บริเวณบ้านแล้ว ยังเป็นการช่วยขยายพันธุ์นก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเมืองที่นกไม่อาจหาต้นไม้หรือวัสดุในธรรมชาติสร้าง รังได้เพียงพอ การสร้างรังเทียมสามารถทำได้หลายรูปแบบและจากวัสดุหลายอย่าง อาจสร้างด้วยไม้ พลาสติก หรือกระดาษแข็งก็ได้ แต่ต้องคำนึงถึงความแข็งแรงและกันน้ำได้ด้วย แม้แต่เปลือกมะพร้าวที่เอาผลข้างในออกแล้ว ก็ยังสามารถนำมาแขวนเป็นรังเทียมได้ รูปแบบของรังเทียมส่วนใหญ่มักสร้างด้วยไม้เป็นทรงเหลี่ยมขนาดพอเหมาะกับนก ที่ต้องการ ด้านบนของรังต้องทำลาดลงเพื่อป้องกันน้ำฝนไหลเข้ารัง และมีช่องสำหรับให้นกเข้า ออก แต่ไม่ควรสร้างคอนให้นกเกาะที่รัง เพราะกระรอกอาจใช้ไต่เข้าไปกินไข่นกได้ การติดตั้งรังเทียมควรติดไวตามต้นไม้ ผนัง หรือชายคาบ้านให้สูงประมาณ 2 เมตรขึ้นไป เพื่อป้องกันแมวหรือสุนัขมาทำอันตรายนก ภายในรังเราอาจหาวัสดุอ่อนนุ่มมารองเตรียมไว้ เช่น ขนนก เศษผ้า หือเยื่อไม้

การ ไม่นำนกมาเลี้ยงหรือบริโภค รวมทั้งไม่ซื้อนกมาปล่อย ก็เป็นการช่วยอนุรักษ์นก เพราะตราบใดที่มีการเลี้ยงหรือซื้อนก นกในธรรมชาติก็จะต้องถูกจับมาขายมากขึ้น ดังนั้นหากต้องการชื่นชมนกควรหันมาดูนกในธรรมชาติ หรือใช้วิธีชักจูงนกให้เข้ามาอาศัยในบริเวณบ้านดังที่กล่าวมาแล้วจะดีกว่า

การ เข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่มองค์กรเพื่อการอนุรักษ์นก เป็นการรวมพลังเพื่อช่วยสนับสนุนและเผยแพร่กิจกรรมเกี่ยวกับการดูนก ตลอดจนการอนุรักษ์นกและถิ่นอาศัยให้แพร่หลายไปสู่สาธารณะชนในวงกว้าง อันจะเป็นผลดีต่อความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรมทางด้านการอนุรักษ์นกในระยะ ยาวส่งผล ให้การอนุรักษ์นกมีวามเข้มแข็งและมั่นคง เป็นพลังที่สามารถช่วยผลักดันให้มีการออกกฎหมายเพื่อปกป้องคุ้มครองนกและ แหล่งอาศัยของนกได้ในที่สุด