Skip to content

เขตสัตวภูมิศาสตร์ของไทย

แหล่ง กระจายพันธุ์ของนกในประเทศไทยจำนวนนก 960 ชนิดที่พบในประเทศไทย ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของชนิดนกที่พบทั่วโลก นับว่าเป็นความหลากหลายที่สูงมากที่สุดแห่งหนึ่ง ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากประเทศไทยตั้งอยู่ตอนบนแผ่นดินทางชายฝั่งตอนกลางของ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงทำให้เป็นศูนย์รวมของชนิดนกที่กระจายพันธุ์มาจากอินเดียและพม่าทางด้าน ทิศตะวันตก ส่วนด้านทิศตะวันออกเป็นนกที่กระจายพันธุ์มาจากอินโดจีน ขณะเดียวกันทางภาคใต้ก็มีนกในเขตซุนดรากระจายพันธุ์ขึ้นมาจากมาเลเซีย บางชนิดมาไกลจากอินโดนีเซียเลยทีเดียว นอกจากนี้ภูเขาสูงทางภาคเหนือยังเชื่อมต่อกับที่ราบสูงธิเบต จึงมีนกบนภูเขาสูงจากด้านตะวันออกของหิมาลัยและตะวันตกเฉียงใต้ของจีนแพร่ กระจายมาด้วย

นอก จากนกประจำถิ่นที่พบได้ตลอดปี ยังมีนกที่ย้ายถิ่นนาๆ ชนิดบนอพยพมาจากทวีปยุโรปและตอนเหนือทวีปของเอเชียเข้ามาอาศัยในประเทศไทย ช่วงฤดูหนาว ซึ่งเราสามารถพบนกย้ายถิ่นเหล่านี้ได้ตามธรรมชาติได้หลากหลาย ตั้งแต่ที่ราบไปจนถึงบนภูเขาสูง หนองบึง ทุ่งนา ชายฝั่งทะเล ป่าละเมาะ และป่าดงดิบ

ทั้ง นี้สามารถแบ่งเขตการกระจายพันธุ์ของนกในประเทศไทย โดยอาศัยลักษณะทางธรณีวิทยาภูมิศาสตร์ พืชพรรณธรรมชาติและสัตว์ต่างๆ รวมทั้งนกออกเป็น 6 เขต ดังนี้

ภาคเหนือ

พื้นที่ ส่วนใหญ่ของภูมิภาคนี้เป็นเทือกเขาสูงทางตอนเหนือของประเทศ และเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำปิง ยม วัง และน่าน ซึ่งไหลลงใต้มารวมกันเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาในที่ราบภาคกลาง ขณะที่พื้นที่ทางตอนเหนือสุดอยู่ติดกับแม่น้ำโขง ส่วนทางด้านตะวันตกอยู่ในเขตลุ่มน้ำสาละวิน โดยพื้นที่ทั้งหมดทางภาคเหนืออยู่กว่าระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 200 เมตร ทั้งนี้มียอดเขาที่สูงเกิน 2000 เมตรอยู่หลายยอด ซึ่งมีดอยอินทนนท์ จ . เชียงใหม่ เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย ที่มีความสูงถึง 2,565 เมตร เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคนี้เป็นเทือกเขา สภาพธรรมชาติส่วนใหญ่จึงเป็นป่าดงดิบเขา โดยมีป่าสนกระจายอยู่ในบางพื้นที่ ส่วนตามพื้นที่ราบเป็นป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง

ป่าไม้ บนภูเขาทางภาคเหนือเป็นถิ่นอาศัยที่สำคัญของนกบนภูเขาสูงหลายชนิดที่ขยาย พันธุ์อยู่ในพื้นที่ และนกที่ย้ายถิ่นเข้ามาในช่วงฤดูหนาว อาทิ พวกนกกินแมลง นกเดินดง และนกจับแมลง หลายชนิดเป็นนกหายากโดยเฉพาะพวกที่ย้ายถิ่นเข้ามาและมี 2 ชนิดที่พบเฉพาะที่ดอยอินทนนท์ในระดับความสูง 2 เมตรขึ้นไปเท่านั้น คือ นกกระจิ๊บคอสีเทา และนกกินปลีหางยาวเขียวชนิดย่อย angkanensis

ภาคตะวันตก

พื้นที่ ส่วนใหญ่ของภาคนี้เป็นเทือกเขาสูงที่ต่อเนื่องลงมาจากภาคเหนือ และอยู่ติดต่อกับชายแดนประเทศพม่า ขณะเดียวกันยังมีพื้นที่ราบทอดตัวยาวอยู่ตามแนวภูเขาจึงทำให้ภาคตะวันตกมี ความสำคัญทางด้าน สัตวภูมิศาสตร์อย่าง มากเพราะเป็นพื้นที่ที่มีนกบนภูเขาของภาคเหนือกระจายพันธุ์ลงมาพร้อมกับนกใน ป่าที่ราบต่ำทางใต้ก็กระจายขึ้นมาถึงด้วยเช่นกัน แต่ว่าจะพบนกบนภูเขาสูงทางภาคตะวันตกน้อยกว่าทางภาคเหนือ ทั้งนี้เพราะมีระดับความสูงของเทือกเขาน้อยกว่านั่นเอง

ภูมิ อากาศของตะวันตกค่อนข้างแห้งแล้ง ส่วนใหญ่มีฝนตกชุกอยู่ทางด้านตะวันตกและใต้ของภูมิภาคตามแนวฃายแดนพม่า แต่ถึงกระนั้นทางภาคตะวันตกก็เป็นพื้นที่ที่สำคัญมาก โดยสภาพธรรมชาติส่วนใหญ่เป็นป่าเบญพรรณตามบริเวณที่ราบและเชิงเขา ส่วนในพื้นที่สูงขึ้นไปจะเป็นป่าดงดิบแล้ง ขณะที่พื้นที่ตอนใต้ที่มีฝนตกชุก จะพบป่าดงดิบชื้นปะปนกับป่าดงดิบแล้ง

ภาค ตะวันตกนับเป็นภูมิภาคที่มีป่าไม้อยู่ต่อเนื่องกันอยู่เป็นบริเวณกว้างและ ได้รับการคุ้มครองให้เป็นเขตอนุรักษ์ จึงเป็นแหล่งอาศัยที่สำคัญของนกป่าจำนวนมาก โดยเฉพาะที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรและห้วยขาแข้ง จ . กาญจนบุรี และอุทัยธานี ยังคงมีเป็ดก่า และนกยูงอาศัยอยู่ ซึ่งนกทั้ง 2 ชนิดเป็นนกที่กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง ผืนป่าตะวันตกจึงเป็นพื้นที่สำคัญในการอนุรักษ์นกทั้ง 2 ชนิดนี้ ขณะเดียวกันนกที่มีแหล่งกำเนิดในแหล่งซุนดรา ( Sundaic Bird ) หรือทางตอนใต้หลายชนิดก็สามารถแพร่กระจายขึ้นไปจนถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุ้มผาง จ . ตาก และอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ . เพชรบุรี ยังเป็นผืนป่าที่พบนกอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย เพราะเป็นพื้นที่ที่นกทางภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกแพร่กระจายพันธุ์มาถึง จึงเป็นป่าอนุรักษ์ที่มีความหลากหลายของนกมากที่สุด นอกจากนี้ป่าแก่งกระจานยังเป็นพื้นที่แห่งเดียวที่พบนกกระลิงเขียดหางหนาม

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือมีภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบแห้งแล้งพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ระหว่าง 100 200 เมตร โดยอยู่ติดต่อกับแม่น้ำโขงทางตอนเหนือและตะวันออก ส่วนด้านตะวันตกอยู่ต่อเนื่องกับเทือกเขาดงพญาเย็น และทางตอนใต้อยู่ติดต่อกับประเทศกัมพูชาตามแนวเทือกเขาพนมดงรัก ภูมิภาคนี้มีปริมาณฝนตกน้อยทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่แห้งแล้งและดินขาดความอุดม สมบูรณ์ สภาพธรรมชาติเกือบทั้งหมดจึงเป็นป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และมีป่าหญ้ากระจายอยู่ ส่วนป่าดงดิบมักพบอยู่บนภูเขาเท่านั้น แม้ว่าจะเคยมีป่าดงดิบอยู่ตามที่ราบริมแม่น้ำโขงทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ สุด แต่ปัจจุบันได้ถูกทำลายไปจนเกือบหมดแล้ว

ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือเคยมีมนุษย์เข้าไปตั้งถิ่นฐานเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 6,500 ปีมาแล้ว สภาพธรรมชาติดั้งเดิมจึงถูกทำลายไปอย่างมากมายเพื่อเป็นสภาพเป็นชุมชนและ พื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะป่าตามที่ราบ คาดว่าหมดไปโดยฝีมือมนุษย์ตั้งแต่ก่อนศตวรรษที่ 20 ทุกวันนี้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีประชากรหนาแน่นเป็นอันดับ 2 รองจากที่ราบภาคกลาง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่มีการทำลายป่าไม้ไปมากมาย รวมทั้งล่าสัตว์ป่าเป็นอาหาร จนเหลือธรรมชาติสมบูรณ์อยู่ในภูมิภาคนี้น้อยมาก แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีผืนป่าหลายแห่งที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ให้คงความ สมบูรณ์ของป่าไม้และเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่า โดยเฉพาะตามเทือกเขาดงพญาไฟและพนมดงรักที่มีเขตอนุรักษ์อยู่หลายแห่ง อาทิ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติทับลาน อุทยานแห่งชาติปางสีดา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายอดโดม พื้นที่เหล่านี้เป็นที่อาศัยของนกหายากหลายชนิดเช่น ไก่ฟ้าพระยาลอ และนกโกโรโกโส ที่มีแหล่งกำเนิดอยู่ในเขตอินโดจีน (Indo-China Bird) ส่วนทางตอนเหนือในพื้นที่ จ . เลย ปรากฎเทือกเขาอยู่หลายแห่งต่อเนื่องลงมาจาก จ . น่าน ของภาคเหนือ อาทิ ภูหลวงและภูกระดึง จึงสามารถพบนกบนภูเขาสูงได้หลายชนิดเช่น นกติ๊ดแก้มเหลือง นกศิวะปีกสีฟ้า และนกหางรำดำ

ภาคตะวันออกเฉียงใต้

มี พื้นที่ติดต่อกับประเทศกัมพูชาทางด้านตะวันออกส่วนทางด้านตะวันตกและใต้เป็น แนวชายฝั่งของอ่าวไทย พื้นที่ส่วนใหญ่ของภูมิภาคนี้เป็นที่ราบต่ำโดยเฉพาะบริเวณลุ่มน้ำบางปะกง และยังมีปริมาณน้ำฝนสูงกว่าภูมิภาคอื่นๆ ในประเทศไทย จึงทำให้พื้นที่ราบหลายแห่งปกคลุมด้วยพื้นที่ป่าดงดิบ ขณะที่มีเขาสอยดาวเป็นยอดเขาสูงที่สุดซึ่งสูงถึง 1,670 เมตร และเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาคาร์ดามอม ( Cardamom Mountain ) ที่ทอดตัวยาวมาจากทางตะวันตกเฉียงใต้ของกัมพูชา

สำหรับ นกที่พบในภาคตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นนกที่มีถิ่นอาศัยที่ป่าดงดิบชื้นและเป็น นกที่มีแหล่งกำเนิด ในเขตอินโดจีนเป็นส่วนใหญ่ซึ่งมีทั้งนกในที่ราบและบนภูเขา รวมทั้งนกแต้วแล้วเขียวเขมร และมี 4 ชนิดที่ไม่พบในภาคอื่น คือ นกกระทาดงจันทรบูรณ์ นกแต้วแล้วใหญ่หัวสีน้ำเงิน นกสาริกาเขียวหางสั้น และนกมุ่นรกคิ้วขาว นอกจากนี้ยังมีนกกระจายพันธุ์อยู่ทางภาคใต้หลายชนิดที่พบได้ในภูมิภาคนี้ เช่น นกกินแมลงหัวแดงเล็ก นกปรอทโอ่งท้องสีน้ำตาล และนกกินปลีคอสีทองแดง โดยมีเขตอนุรักษ์ที่สำคัญคือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จ . ฉะเชิงเทรา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จ . จันทบุรี

ภาคกลาง

พื้นที่ ส่วนใหญ่ของภาคกลางเป็นที่ราบลุ่มของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลลงสูงอ่าวไทยรวม ทั้งลุ่มน้ำสำคัญอีก 4 แห่งคือ แม่กลอง ท่าจีน ป่าสัก และบางปะกง แม่น้ำเหล่านี้ไหลหล่อเลี้ยงที่ราบลุ่มภาคกลางซึ่งมีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่สูง จากระดับน้ำทะเลเพียง 50 เมตร โดยมีภูเขาหินปูนเตี้ยๆ กระจายอยู่ห่างกันตามแนวขอบที่ราบ ที่ราบลุ่มภาคกลางเคยมีหนองบึงขนาดใหญ่และป่าไม้ในที่ราบกระจายอยู่ทั่วไป แต่หลังจากที่มีผู้คนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานเมื่อราวร้อยปีก่อน ธรรมชาติดั้งเดิมจึงถูกเปลี่ยนสภาพไปอย่างมากมาย จนเหลือแต่ชุมชนและพื้นที่เกษตรปรากฎอยู่แทนซึ่งเป็นผลให้แหล่งอาศัยและขยาย พันธุ์ของนกน้ำ ขนาดใหญ่อย่างนกกระทุงและ นกกระสาหมดสิ้นไปทำให้นกเหล่านี้ต้องกลายเป็นนกหายากและพบย้ายถิ่นเข้ามา เป็นครั้งคราวเท่านั้น คงเหลือแต่นกปากห่างที่ยังคงย้ายถิ่นเข้ามาสร้างยังวางไข่เป็นจำนวนมากแต่ ถึงกระนั้นพื้นที่ชุ่มน้ำหรือ หนองบึงขนาดเล็กที่หลงเหลือรวมทั้งทุ่งนาที่ยังคงเป็นถิ่นอาศัยนกน้ำและนก ทุ่งขนาดเล็กนานาชนิด รวมทั้งนกกาน้ำและนกยางอีกหลายชนิด ขณะเดียวกันตามป่าละเมาะที่เหลืออยู่ก็เป็นแหล่งอาศัยของนกหลายชนิด บางชนิดปรับตัวอาศัยอยู่ร่วมกับคนในเมืองได้จึงพบได้ตามสวนผลไม้และสวน สาธารณะ

นอก จากนี้ ภาคกลางยังเป็นถิ่นอาศัยของนกย้ายถิ่นเป็นจำนวนมากมีทั้งนกเป็ดน้ำหลายหมื่น ตัวที่พบตาม บึงน้ำขนาดใหญ่ อย่างเช่นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด จ . นครสวรรค์ ตามทุ่งนา พงหญ้าริมน้ำและพื้นที่น้ำท่วมขังอื่นๆ ล้วนเป็นแหล่งหากินของนกยาง นกยอดหญ้า และนกพง โดยเฉพาะหาดเลนชายฝั่งบริเวณปากน้ำและชายฝั่งทะเลเป็นแหล่งหากินของนกชายเลน ที่สำคัญมาก

ภาคใต้

ภาค ใต้เป็นเขตสัตวภูมิศาสตร์ที่อยู่ทางตอนล่างของภาคตะวันตก ตั้งแต่ จ . ชุมพรลงมาและมีชายฝั่งทะเลขนาบอยู่ทั้ง 2 ด้าน ทางตอนกลางมีแนวเทือกเขาสูงต่อเนื่องไปจนถึงด้านตะวันตก โดยมีเขาหลวง จ . นครศรีธรรมราช เป็นยอดเขาสูงที่สุด ซึ่งสูงถึง 1,853 เมตร ส่วนที่ราบจะพบอยู่ตามแนวชายฝั่งสำหรับสภาพภูมิอากาศทางภาคใต้จะมีความแตก ต่างของฤดูน้อยมาก ส่วนใหญ่มีฝนตกชุกเกือบตลอดทั้งปี เพราะได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมทำให้มีช่วงฤดูแล้งสั้น สภาพธรรมชาติของภาคใต้ส่วนมากจึงเป็นป่าดงดิบชื้น และมีนกในเขตซุนดราแพร่กระจายพันธุ์ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะทางตอนใต้สุดของภูมิภาคยังสามารถพบนกแต้วแล้วแดงมลายู นกกินแมลงปากหนา และนกเงือกหัวแรดกระจายพันธุ์ขึ้นมาถึง ส่วนตามป่าดงดิบในที่ราบต่ำที่ยังหลงเหลืออยู่เป็นถิ่นอาศัยของนกที่หายาก หลายฃนิด เช่น นกแต้วแล้วยักษ์ นกจู๋เต้นลาย และนกไก่ฟ้าหน้าเขียว โดยเฉพาะนกแต้วแล้วท้องดำ สามารถพบได้ทางภาคใต้ของไทยเพียงแห่งเดียวในโลก ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ – บางคราม จ . กระบี่ สำหรับนกบนภูเขาสูงทางภาคใต้มีอยู่ไม่มากนักเนื่องจากมียอดเขาสูงอยู่น้อย แต่ก็สามารถพบชนิดย่อยของนกทางเหนือหลายชนิด เช่น นกกระรองทองแก้มขาว นกศิวะปีกสีฟ้า และนกกินปลีหางยาวเขียวได้บนเขาหลวงและภูเขาสูงลูกอื่นๆ ในพื้นที่ จ . นครศรีธรรมราช จ . สุราษฎร์ธานี และ จ . ตรัง และถึงแม้จะมีป่าพรุเหลืออยู่น้อยมากแต่ก็ยังมีป่าพรุผืนใหญ่อยู่ที่ จ . นราธิวาส คือ ป่าพรุโต๊ะ ซึ่งสามารถพบนกตบยังพันธุ์มาลายู นกกางเขนดงหางแดง นกเค้าแดงและนกจับแมลงคอสีฟ้าเข้มได้

นอก จากนี้ทางชายฝั่งทะเลของภาคใต้ยังมีป่าชายเลนที่ยังคงความสมบูรณ์อยู่หลาย พื้นที่จึงเป็นถิ่นอาศัยของนกป่า หลายชนิดโดยเฉพาะทางชายฝั่งทะเลอันดามันด้านตะวันตกที่มีนกกระเต็นใหญ่ปีกสี น้ำตาล นกแต้วแล้วป่าโกงกางและนกจับแมลงป่าโกงกาง ส่วนตามเกาะนอกชายฝั่งเป็นถิ่นอาศัยของนกชาปีไหน นกลุมพูขาว และนกกระแตผีชายหาด