Skip to content

นกกับสิ่งแวดล้อม

บนโลกมีนกมากมายหลายล้านตัวอาศัยกระจาย อยู่ทั่วไปทุกทวีปนกแต่ละชนิดมีความ สามารถใน การปรับตัวให้ดำรงชีวิตอยู่ในสภาพธรรมชาติอันหลากหลายต่างกัน ไม่ว่าเป็นในทะเลทรายอันแห้งแล้ง ท้องทะเลกว้างใหญ่ บนภูเขาสูง ไปจนถึงป่าดงดิบที่ชุ่มชื้น แม้กระทั่งตามแหล่งชุมชนก็ยังมีนกอาศัยอยู่นกจึงเป็นทรัพยากรชีวภาพอย่าง หนึ่งที่มีความ สำคัญต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ช่วยให้ระบบนิเวศดำรงอยู่ได้อย่างสมดุล ซึ่งพอจะสรุปคุณค่าของนกต่อสิ่งแวดล้อมได้ดังนี้

ช่วยผสมเกสร นกที่กินน้ำหวานดอกไม้ เช่น นกกินปลี นกปลีกกล้วย นกเขียวก้านตอง มีส่วนช่วยในการผสมเกสรให้แก่ดอกไม้ ปากของนกเหล่านี้มีรูปทรงเรียวยาว เมื่อนกแหย่ปากเข้าไปดูดน้ำหวานภายในดอกไม้ เกสรดอกไม้จะติดไปกับปากนก เมื่อนกไปกินน้ำหวานจากดอกอื่น เกสรที่ติดปากนกก็จะผสมกับดอกไม้ดอกนั้น ช่วยให้ดอกไม้ได้รับการผสมพันธุ์

ช่วยแพร่กระจายพันธุ์พืช นกส่วนใหญ่ชอบกินผลไม้เป็นอาหาร เช่น นกเงือก นกโพระดก นกปรอด เมื่อนกกินผลไม้เข้าไป เวลาถ่ายมูลจะมีเมล็ดติดออกมาด้วย เมื่อเมล็ดตกลงพื้นดินก็จะงอกเป็นต้นใหม่ จึงเป็นการช่วยกระจ่ายพันธุ์พืชให้ไปงอกงามตามที่ต่าง ๆ

ช่วยกำจัดศัตรูพืช นกที่กินแมลงและล่าสัตว์อื่นเป็นอาหาร เป็นห่วงโซ่สำคัญในการควบคุมสมดุลของระบบนิเวศ เพราะแมลงและสัตว์ที่นกกินเข้าไปมักเป็นศัตรูพืช ซึ่งหากมีจำนวนมากเกินไปย่อมทำให้พืชพรรณเสียหาย จนธรรมชาติขาดสมดุล นกเหล่านี้จึงมีส่วนช่วยให้ไม่ต้องใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงในการกำจัดศัตรู พืช ทำให้เกษตรกรประหยัดรายจ่ายไปได้อย่างมากมาย และยังไม่ทำให้สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมลงด้วย เช่น ฝูงนกนางแอ่นที่บินจับแมลงบนท้องฟ้า นกกระจิบช่วยกำจัดหนอนตามต้นไม้ เหยี่ยวและนกเค้าช่วยกำจัดหนูที่มากัดกินต้นข้าว เป็นต้น

ช่วยกำจัดซากสัตว์ นกจำพวกแร้งชอบกินซากสัตว์เป็นอาหาร จึงมีส่วนช่วยกำจัดซากก่อนที่เน่าเปื่อยจนกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค ในอดีตมีแร้งอาศัยอยู่ประจำถิ่นทั่วทุกภาคของประเทศไทยแม้แต่ตามชุมชนซึ่งใน สมัยนั้นยังขาดการรักษา ความสะอาดทำให้มีซากสิ่งมีชีวิตทิ้งไว้เป็นอาหารแก่เหล่าแร้งแต่เมื่อบ้าน เมืองพัฒนาเจริญก้าวหน้าขึ้น แร้งจึงหายไปจากเมืองและความคุ้นเคยของผู้คน ปัจจุบันแร้งทุกชนิดในประเทศไทยเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากขาดอาหารและถิ่นอาศัย

จาก การที่นกมีความสามารถในการปรับตัวให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายต่างกัน ออกไปนกเป็นตัว บ่งชี้ถึงสภาพแวดล้อมแต่ละแห่งได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันสภาพแวดล้อมก็สามารถบอกถึงชนิดนกที่จะพบได้ด้วยเช่นกัน เช่น นกกระจอก นกเอี้ยง เป็นนกที่สามารถปรับตัวได้ดี แม้ว่าสภาพแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงไป เราจึงพบนกเหล่านี้อาศัยอยู่ตามชุมชนร่วมกับคนได้ทั่วไป ส่วนนกเงือกจะเป็นดัชนีชี้วัดถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า เพราะนกเงือกอาศัยอยู่ในป่าดงดิบเท่านั้น ดังนั้นหากป่าดงดิบถูกทำลายจนหมดสิ้นไป นกเงือกก็ต้องสูญพันธุ์ตามไปด้วย