Skip to content

ปฐมบท(เรื่องเล่าจากเขานอ ตอนที่ 1)

สิริรักษ์ อารทรากร เจ้าหน้าที่วิจัย
โครงการฟื้นฟูสถานภาพนกแต้วแล้วท้องดำ

ฉันได้รู้เรื่องนกแต้วแล้ว ท้องดำครั้งแรก เมื่อครั้งยังเป็นนิสิตปริญญาโท จากการบรรยายของ คุณฟิลิป ดี ราวน์ ในการสัมมนาครั้งหนึ่ง ที่จัดขึ้นโดยสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย การบรรยายโดยคุณฟิลในครั้งนั้น จุดประกายความกระหายใคร่รู้ขึ้นในใจ ถึงแม้ฉันจะอยากเห็นนกแต้วแล้วสักครั้ง แต่ในเมื่องบประมาณไม่มี (ดูนกฟรีได้อย่างเดียว) จึงไม่มีโอกาสไปเสาะหาแต้วแล้วที่ไหน แต่โชคยังเข้าข้าง ทำให้มีโอกาสเห็นโดยไม่ต้องไปหา เพราะมีนกแต้วแล้วธรรมดา มาเยี่ยมถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฉันนั่งดูเจ้านกสีสวยนั้นจากหน้าต่างห้องโดยไม่ต้องใช้บังไพร ในรุ่งเช้าวันหนึ่ง เช้าจนยังไม่มีใครมาทำงาน เจ้านกแต้วแล้วสีสวยจนอยากชวนใครมาดูด้วย น่าเสียดาย (แทนคนอื่น) ที่อยู่มหา ‘ ลัย เพียงคนเดียว ครั้งนั้นเป็นความประทับใจในตัวเจ้านกสีสวยกลุ่มนี้ ที่เล่าให้ใครฟังก็ไม่มีใครอยากจะเชื่อ

คร้งนี้ ฉันมาป่าเขานอจู้จี้พร้อม คุณบุษบง กาญจนสาขา จากกลุ่มวิจัยสัตว์ป่า (มาอยู่กับเราหนึ่งอาทิตย์) และ ดร.พอล โดนัล ที่ปรึกษาโครงการ จากราชสมาคมอนุรักษ์นกแห่งประเทศอังกฤษ ดร.พอล ไม่เคยมาประเทศไทย ดังนั้น เขาจึงยังไม่เคยเห็น “ นกแต้วแล้วท้องดำ ” (หึ หึ) เราเดินสำรวจพื้นที่ และ หานกไปพร้อมๆ กันหลายวัน พบเห็นนกหลายชนิด แต่ไม่เห็นนกแต้วแล้วท้องดำแต่อย่างใด ฉันไม่สงสัยว่าทำไมเราไม่เจอนก เพราะทุกวันที่เราไปหานกแต้วแล้วที่ทางยู (trail U) จะต้องมีคนไปที่เดียวกันไม่ต่ำกว่า 10 คน แต่ละคนละกลุ่มต่างต้องการเห็นนก บ้างก็นั่งแอบดู บ้างก็นั่งกันโล่งๆ บ้างก็เดินกันขวักไขว่ มีนักดูนกฝรั่งคู่หนึ่งเดินเงียบมาก เงียบจนเข้ามาเกือบถึงตัวจึงได้ยินเสียง แต่ก็ไม่ได้เห็นเจ้าท้องดำ (ฮา..)

มีคนบอกว่าป่าที่นี่เป็น ป่าปราบเซียน เพราะนกที่นี่ว่องไว ไม่ค่อยมีสีสัน แถมป่าก็รกมาก แม้ว่าฉันจะไม่สงสัยว่าทำไมเราไม่เจอนก แต่ก็ยังสงสัยว่าเค้าเจอนกแต้วแล้วกันได้ยังไง จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อเรามีโอกาสได้ไปหานกแต้วแล้วท้องดำร่วมกับเจ้า หน้าที่เขตรักษาพันธุ์ฯ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ มือขวาของคุณโยธิน ไกด์ดูนกมือฉกาจแห่งป่าเขานอฯ เราเข้าไปในทางยูที่เดิม แต่ต่างจากเดิมที่เสียงผิวปากของเจ้าหน้าที่เขตฯ เพียงผิวปากสองคำสั้นๆ นกแต้วแล้วท้องดำตัวผู้ก็ร้องตอบในทันที เจ้าหน้าที่เขตฯ บอกเราว่า “ เดี๋ยวมันจะออกมาทางนี้ ไปลงห้วยทางโน้น ให้เข้าไปซุ่มดูที่ริมห้วย ” ยังไม่ทันที่เราจะขยับตัว นกแต้วแล้วเจ้าของเสียงก็ “ กระโดดออกมาทางนี้ ” และ ทำท่าว่าจะกระโดด “ ไปลงห้วยทางโน้น ” เหมือนที่เขาบอกไว้ แต่ดันมาจ๊ะเอ๋ กับพวกเราซะก่อน จึงกระโดดหนีพวกเรา “ ไปลงห้วยทางนู้น ” แทน ฉันจำนกแต้วแล้วท้องดำตัวแรกที่เห็นได้แม่นยำ เค้ามีปื้นสีดำที่หน้าท้องเป็นรูปถ้วยรางวัล ตัดกับพื้นสีเหลือง ทำให้นึกถึงถ้วยฟีฟ่าขึ้นมาตะหงิดๆ

วันถัดมา เราได้มีโอกาสไปดูนกแต้วแล้วท้องดำกับคุณโยธินอีกครั้ง ทำให้ฉันเริ่มเข้าใจมากขึ้นว่าทำไมถึงไม่เจอนกแต้วแล้วท้องดำกันซักที เพราะไม่ใช่แค่การเดินให้เงียบ ช้า และสายตาดี เท่านั้นที่สำคัญกับการดูนก ความเข้าใจในธรรมชาติของตัวนกที่ชอบแอบชอบซ่อน และการรู้พื้นที่ที่เขาใช้ประโยชน์ ก็มีส่วนสำคัญต่อโอกาสของเราเช่นกัน อย่างไรก็ตาม จนถึงป่านนี้ฉันก็ยังบอกไม่ได้ว่า “ ออกไปดูนกวันนี้จะได้เห็นเจ้าท้องดำหรือเปล่า ”